เสาเข็ม

เสาเข็มมีความสำคัญต่ออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างมากที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ถ่ายน้ำหนักอาคารลงสู่พื้นดิน หากไม่มีเสาเข็มแล้ว สิ่งก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะทรุดตัวสูงหากพื้นผิวดินไม่มีความสามารถรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างได้ เสาเข็มจะทำหน้าที่รับน้ำหนักของตัวอาคารทั้งหมดลงสู่ชั้นดินหรือทรายใต้ดิน ทั้งนี้ลักษณะการรับน้ำหนักของเสาเข็มแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ การรับน้ำหนักด้วยแรงเสียดทานระหว่างผิวเสาเข็มและดิน (Skin Friction) และการรับน้ำหนักที่ปลายเสาเข็มเมื่อปลายเสาเข็มยืนบนชั้นทราย (End Bearing)เสาเข็มแต่ละชนิดก็จะมีความเหมาะสมที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ความคุ้มค่า สภาพหน้างาน สภาพชั้นดิน ขนาดของสิ่งก่อสร้าง ไปจนถึงการออกแบบจากผู้ออกแบบ อย่างไรก็ตามเสาเข็มทุกชนิดที่กล่าวมาสามารถรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างได้ภายใต้การทำงานและการติดตั้งที่มีการดูแลโดยวิศวกรที่มีประสบการณ์ด้านเสาเข็มอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเสาเข็มแม้จะส่วนงานก่อสร้างที่มองไม่เห็นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่กลับเป็นรากฐานของสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ดังนั้นเสาเข็มที่ได้คุณภาพ แข็งแรง ตามการออกแบบเชิงวิศวกรรมย่อมหมายถึงรากฐานของสิ่งก่อสร้างที่มั่นคง

เสาเข็ม

เสาเข็ม มีความสำคัญต่ออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างมากที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ถ่ายน้ำหนักอาคารลงสู่พื้นดิน ถ้าไม่มีเสาเข็ม สิ่งก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะทรุดตัวสูงหากพื้นผิวดินไม่มีความสามารถรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างได้ ดังนั้นเสาเข็มจึงทำหน้าที่รับน้ำหนักอาคารทั้งหลังจากฐานรากแล้วถ่ายลงสู่ดินโดยอาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินและแรงต้านทานที่ปลายเข็มจากชั้นดินแข็ง (ปลายเสาเข็มจมอยู่ในชั้นดินแข็ง 1-3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางหน้าตัดเสาเข็ม)

เสาเข็มที่นิยมใช้สร้างบ้าน จะมี 2 ประเภท ได้แก่

เสาเข็มตอก ซึ่งใช้เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่ผลิตจากโรงงาน แต่ละท่อนมีความยาวตั้งแต่ 1-28 ม. มีหลายหน้าตัด เช่น รูปตัวที (T) รูปตัวไอ (I) สี่เหลียม หกเหลี่ยม เป็นต้น เสาเข็มสั้นที่ยาว 1-6 เมตรมักจะตอกลงดินด้วยแรงคนขย่ม ส่วนเสาเข็มยาวจะใช้ปั้นจั่นในการตอก

เสาเข็มอีกประเภทคือเสาเข็มเจาะ ซึ่งจะใช้เครื่องมือขุดเจาะดินเป็นหลุมตามขนาดหน้าตัดเสาเข็ม โดยขุดให้ลึกถึงชั้นดินแข็งจากนั้นจึงใส่เหล็กเสริมและเทคอนกรีตลงไป

เสาเข็ม
สนใจผลิตภัณฑ์หจก.เทพประทานพร วัสดุภัณฑ์ คลิก